ช่องทางในการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

ช่องทางการเรียนภาษาอังกฤษผ่านสื่อต่าง ๆ

ช่องทางในการฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

การที่เราจะเรียนภาษาอังกฤษ และหาช่องทางที่จะเรียนด้วยตัวเองนั้น ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่เรียบง่าย และค่อนข้างที่จะสามารถเข้าเรียนง่ายๆ ด้วยตนเองได้ดีเลยทีเดียวครับ โดยที่การจะเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองนั้น ก็จัดได้ว่ามีหลากหลายช่องทางมากๆครับในการเรียน การฝึกใช้ภาษาอังกฤษ โดยอย่างๆง่ายๆเลยก็เช่นการฟังเพลง อังกฤษ ตามยูทูปหรือตามโซเชี่ยลมีเดียต่างๆนั้นก็ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ดีเลยก็ว่าได้ครับ

ซึ่งการที่เราจะเรียนภาษาอังกฤษ ด้วยตัวของเราเองนั้น จะมีช่องทางต่างๆมากมาย ที่คุณนั้นสามารถเข้ามาศึกษาและฝึกการใช้ภาษาได้ง่ายๆมากมาย เลยก็ว่าได้ครับ ซึ่งบอกเลยครับว่า ไม่ว่าจะเรียนหลักสูตรเพิ่มมากแค่ไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ใช้เยอะ ๆ ใช้ให้มากที่สุด ใช้ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต อย่ากลัวว่าจะใช้ผิด พูดผิด เพราะถ้าผิดเราก็จะได้เรียนรู้ว่าที่ถูกคืออะไร เอาตัวเองเข้าไปอยู่ท่ามกลางภาษาอังกฤษ แล้วทุกอย่างมันจะเป็นไปโดยธรรมชาติเอง โดยวิธีที่ดีที่ผมนั้นอยากและมีความต้องการที่จะแนะนำเป็นที่สุดเลยนั่นก็คือการดูหนัง โดยจะไม่ใช่หนังฝรั่งแบบพากษ์ไทย และซับไทย น่ะครับ แต่จะเป็นแบบ เสียงอังกฤษ ซับอังกฤษเลย โดยตรงนี้บอกเลยว่าช่วยได้มากๆครับ ซึ่งซับไตเติ้ลอังกฤษ เสียงอังกฤษให้ดู ก็ดูไปแบบไม่รู้เรื่องนั่นแหละ ศัพท์ไหนไม่รู้จักก็จดไว้ เพราะอารมณ์กับสีหน้าท่าทางของตัวละครมันก็ช่วยให้เราเดาได้ว่าประโยคนั้นต้องการสื่ออะไร พอเริ่มคล่องก็ไปหัดอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ตรงนี้จะได้เรียนรู้ศัพท์ใหม่ค่อนข้างเยอะ ทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน ถ้าเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษรู้เรื่องก็แสดงว่าเราเริ่มเข้าใจภาษาอังกฤษในระดับนึงแล้ว

ถ้าอยากจะฝึกทักษะการฟัง ก็ไปหัดฟังข่าวภาษาอังกฤษ หรือดูรายการทีวีที่ใช้ภาษาอังกฤษเยอะ ๆ พอเราเริ่มชินก็จะค่อย ๆ แยกออกว่าประโยคนี้เขาพูดคำไหน หรือสื่ออะไร ดังนั้นทุกอย่างมันเริ่มได้ง่าย ๆ แค่สิ่งรอบตัว อย่าไปคิดว่าจะเก่งได้ จะรู้เรื่อง ต้องเรียนจากหลักสูตรในห้องเรียนที่มีอาจารย์เป็นคนสอนเท่านั้น อันนั้นมันแค่หนึ่งตัวช่วยแต่ไม่ใช่หัวใจหลัก ซึ่งสุกท้ายนี้จะเห็นได้อย่างชัดเจนแล้วครับว่าช่องทางในการเรียนภาษาอังกฤษ ด้วยตัวเราเองนั้นมีช่องทางต่างๆมากมายที่จะให้คุณได้เข้ามาทำการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองมากมาย และจากข้อมูลที่ผมกล่าวจากข้างต้นนี้นั้น บอกได้เลยครับว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ดี และคุณเองก็สามารถที่จะนำเอาไปใช้ได้ดีอีกด้วยครับ ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

อาชีพที่ได้ทำงานและเที่ยวในเวลาเดียวกัน

ถ้าคุณคือมนุษย์เงินเดือนที่คอยมองปฏิทิน เพื่อมองหาวันหยุดยาวประจำปีเพื่อที่จะได้ไปเที่ยวสักครั้งในหนึ่งปี  แต่บางทีก็โชคร้ายมีงานแทรกมีอันต้องล้มโปรเจคการไปท่องที่คิดมาตั้งครึ่งปี คุณต้องอิจฉาคนที่ทำอาชีพที่ได้ทำงานและเที่ยวในเวลาเดียวกันไปด้วยแน่ๆเลย โอ้ยยย !!! ทำไมพระเจ้าไม่ยุติธรรม อย่าอิจฉาไปเลยนะเพราะทุกอาชีพก็สำคัญทั้งนั้นเพียงแต่บางอาชีพโชคดีกว่าเราเท่านั้นเอง อยากรู้แล้วใช่ไหมว่า อาชีพอะไรที่ทำงานได้เงินแล้วยังได้เที่ยวอีก ไม่แน่นะอาจเป็นไอเดียให้คนที่ทำงานแล้วต้องรอแค่วันหยุดมองหางานใหม่ๆก็เป็นได้นะ มาเล๊ยย !! อย่ารอช้ามาดูกัน

เริ่มกันที่  นักเขียนสายเที่ยว  อย่าง Travel Blogger  นักเขียนบทความท่องเที่ยว  ที่บางคนไม่ต้องควักเงินไปเที่ยวแล้วเขียนเรื่องลง แต่มันดีมากๆเพราะมีสปอนเซอร์สนับสนุนค่าเดินทางฟรี ที่พัก อาหารฟรี ใครที่เก่งการเล่าเรื่องให้คนสนใจอยากติดตาม มีความสามารถเล่าเรื่องได้อย่างน่าสนใจ เสาะหาที่กินที่เที่ยวแปลกๆและ มีมุมมองการถ่ายรูปสวยยิ่งเหมาะ ก็สามารถทำอาชีพนี้นะ

อาชีพที่ได้ทำงานและเที่ยวในเวลาเดียวกัน

อาชีพต่อมาแน่นอนว่าเกี่ยวกับการท่องเที่ยวแน่ๆ ก็คือ นักบิน รวมทั้งพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน อย่าง แอร์โฮสเตสและสจ๊วต ที่ได้เดินทางไปหลายประเทศ หลายทวีป ในระหว่างพักรอเที่ยวบินต่อไปก็สามารถท่องเที่ยวได้ และยังมีสิทธิซื้อตั๋วเดินทางนอกเวลางานได้ในราคาที่ถูก และที่เด็ดไปกว่านั้นคือสามารถหิ้วสินค้าในแต่ละที่ที่ไปมาขายได้ด้วยนี่สิดี๊ดี

มาต่อกันที่อาชีพที่ได้ใช้ความสามารถด้านภาษา พาตัวเองไปท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมในที่ต่างๆ นั่นก็คือ  ครูสอนภาษา  ล่าม และ นักแปล  โดยเฉพาะในประเทศที่ต้องการคนสอนภาษาไทย ให้กับพนักงานต่างชาติ ถ้าคุณสามารถสื่อสารภาษานั้นๆได้และสอนภาษาไทยได้คุณจะไปได้ไกลกับอาชีพนี้

แล้วถ้าพูดถึงอาชีพที่ได้ไปต่างประเทศบ่อย ก็คงต้องยกให้  อาชีพไกด์   ซึ่งไม่ได้เป็นกันง่ายๆเพราะต้องมีการสอบไกด์ด้วย และต้องรู้ท้องถิ่นของหลายประเทศมากกว่าการรู้แค่ภาษาอังกฤษอีกด้วย แต่อาชีพนี้อาจจำกัดให้คุณไปประเทศซ้ำๆเดิมถ้าคุณไม่พัฒนาความเชี่ยวชาญของคุณให้เข้าใจภาษา วัฒนธรรม และรู้จักประเทศอื่นๆอย่างลึกซึ้ง

มาต่อกันที่ อาชีพพนักงานบนเรือสำราญ  แม้ต้องใช้เวลากินอยู่บนเรือเป็นเวลานานแต่บนนั้นประกอบไปด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกและความบันเทิงที่ครบครัน และคุณยังจะได้เจอกับคนหลากหลายเชื้อชาติที่มาเป็นพนักงานและนักท่องเที่ยว และไม่ต้องห่วงว่าจะต้องอยู่บนเรือเท่านั้นเวลาที่เรือจอดที่ท่าเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมเมืองต่างๆก็เป็นโอกาสในการท่องเที่ยวของคุณด้วย เรือสำราญขนาดใหญ่ของโลกนั้นแล่นเรือผ่านไม่ต่ำกว่า 3 ประเทศและผ่านเมืองสำคัญมากมาย

ยังมีอีกหลากหลายอาชีพ ที่ตอบโจทย์ความต้องการในการท่องเที่ยวยิ่งในยุคที่คุณไม่จำเป็นต้องทำงานในออฟฟิตอย่างเดียวเท่านั้น บางทีคุณก็สามารถทำงานประจำผ่านจอคอมและส่งงานผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตในขณะที่นั่งอยู่ริมชายหาด ชีวิตยุคนี้สบายขึ้นมากจริงไหม

เหตุผลที่ควรไปดูคอนเสิร์ต

คุณเคยไปดูคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบสักครั้งในชีวิตไหม ?  ถ้าเคยไปแน่นอนว่าคุณจะเห็นมุมมองที่น่าสนใจของการแสดงสด ภายใต้โปรดักชั่น แสง สี  เสียง ที่เต็มรูปแบบ คอนเสิร์ตเป็นกิจกรรมบันเทิงอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ นอกจากได้ไปใกล้ชิดศิลปินที่คุณชื่นชอบ ภายใต้ความสนุกสนานคุณยังจะได้เจอกับประสบการณ์ที่น่าสนใจมากมาย เหตุผลที่ควรไปดูคอนเสิร์ต จึงมีมากมาย บางเหตุผลคุณอาจยังไม่เคยนึกถึงมาก่อน และเราเชื่อว่าคนที่ยังไม่มีโอกาสพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ จะต้องอยากไปสักครั้งหนึ่ง อยากรู้แล้วใช่ไหมมีอะไรบ้างมาดูไปพร้อมๆกันเลย

เหตุผลที่ควรไปดูคอนเสิร์ต

  1. กว่าจะได้ไปดูคอนเสิร์ต แลกมาด้วยความพยายาม !! บัตรคอนเสิร์ตมีหลายราคา อย่างน้อยๆคือหลักพันต้น ในวัยที่ยังไม่ได้ทำงานเงินจำนวนนี้ก็ไม่น้อยเลยทีเดียว หรือถ้าเป็นคนทำงานที่อยากไปดูคอนเสิร์ตระดับ World Tour ของศิลปินระดับโลก ก็ต้องจ่ายด้วยราคาหลายพันบาท การตั้งเป้าไปดูคอนเสิร์ตจึงเป็นหนึ่งในการสร้างวินัยในการเก็บเงิน และสร้างเป้าหมายให้ตัวเอง
  2. คุณจะพบความเป็นตัวตนของศิลปินที่คุณรัก การดูศิลปินที่คุณชื่นชอบผ่านทางจอโทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ อย่างไรก็ไม่เท่ากับการได้ไปเจอตัวจริงๆ และนั่นจะทำให้คุณเห็นศิลปินที่ชื่นชอบในมุมมองที่ต่างไป   การออกสื่อที่เป็นสาธารณะทำให้ศิลปินต้อง Keep Look และ Keep Character แต่ในการแสดงสดคุณจะเห็นบุคลิกความเป็นตัวตนของศิลปินมากขึ้น และคุณจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโชว์
  3. วันรวมพล Fanclub กิจกรรมที่แฟนคลับ หรือ ที่เรียกกันว่า Fandom ร่วมกันเพื่อแสดงความรักต่อศิลปินนั้นเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือ คุณจะได้เป็นหนึ่งในกลุ่มของคนที่ร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการถือป้ายไฟ การร่วมทำโปรเจคเพื่อ Surprise ศิลปินที่คุณรัก ช่วงเวลาแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ กับการที่ได้ไปเจอคนที่รักชอบอะไรเหมือนกันพูดจาภาษาเดียวกัน และยังได้ร่วมกันทำอะไรให้คนที่พวกคุณรัก
  4. ได้เข้าไปอยู่ในห่วงเวลาที่คุณปล่อยตัวไปกับความสุข ดนตรีเป็นสื่อสากลที่จะเปิดโลกอีกใบของคุณยิ่งการแสดงสดยิ่งเป็นการปลุกความมีชีวิตชีวาในตัวคุณให้มากขึ้นไปได้อีก ระยะเวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมงที่ทุกอย่างเกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียวคุณจึงจดจ่อต่อสิ่งนั้นและลืมเรื่องอื่น
  5. ลดความเป็นตัวตนและเปิดโลกให้กว้างขึ้น บางคนอาจมองข้ามเหตุผลข้อนี้ไปเพราะคิดว่าการไปดูคอนเสิร์ตเป็นเพียงการหาความสุขให้ตัวเอง แต่ถ้าคิดดูดีๆคุณจะพบว่าการเอาตัวเองไปอยู่ในฝูงชน ที่มีดนตรี และศิลปินเป็นศูนย์กลางคุณได้ละลายตัวตนของตัวเอง คุณไปในฐานะของคนที่รักและชื่นชอบในตัวศิลปินซึ่งก็เหมือนกับคนอื่นๆ คุณจะมองข้ามความแตกต่างบางอย่างและได้ความรู้สึกการเป็นคนกลุ่มเดียวกันกับคนหมู่มาก

ข้าวสาร ถนนแห่งนักท่องเที่ยว

สถานที่ท่องเที่ยวของคนที่อยู่ใจกลางเมืองหลวงมีมากมายหลายแหล่งซึ่งแต่ละที่นั้นก็มีจุดเด่นให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศซึ่งมีสถานที่หนึ่งที่ถือว่าได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมากเพราะ เป็นแหล่งศูนย์รวมร้านอาหารและร้านนั่งชิวต่างๆให้ชาวต่างชาติได้ลิ้มลองสถานที่นั้นก็คือ ถนนข้าวสาร

ถนนข้าวสารเป็นย่านหนึ่งที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งในสมัยก่อนนั้นจะเป็นย่านการค้าขายข้าวสารจึงได้เรียกว่า ถนนข้าวสารมาจนถึงทุกวันนี้ แต่เนื่องจากปัจจุบันนี้สิ่งต่างๆได้เปลี่ยนไปมากจึงทำให้เกิดเป็นย่านการค้าเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่เปิดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจนทำให้มีคนหลั่งไหลเข้ามารวมทั้งที่พักต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวซึ่งสถานที่นี้ถือว่าเป็นทำเลทองแถมยังอยู่ใจกลางเมืองอีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอื่นๆซึ่งเหมาะกับการมาพักที่ถนนถนนข้าวสาร นอกจากจะได้ลิ้มรสอาหารในย่านนี้ก็ยังได้เที่ยวในสถานที่ใกล้เคียงได้อีกด้วย

Khao san road

ว่าด้วยเรื่องเสน่ห์ของถนนข้าวสารที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างๆเมื่อมาเยือนประเทศไทยแล้วจำเป็นจะต้องมาสถานที่นี้ให้ได้นั่นก็คือร้านอาหารต่างๆที่ขายยามค่ำคืนน่าจะเป็นร้านที่อยู่ริมถนนหรืออาจจะเป็นร้านรวงตามภัตตาคารต่างๆก็สามารถที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาลิ้มลองรสชาติอาหารไทยได้อย่างเต็มที่นอกจากนี้ก็ยังจะมีร้านนั่งชิวสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายได้อีกด้วยจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะหลั่งไหลเข้ามา ยังถนนนี้ในช่วงเวลากลางคืนซึ่งถือว่าเป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจึงทำให้คนส่วนใหญ่มักจะนิยมมาเที่ยวที่ ถนนข้าวสารกัน

สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวยังสถานที่บริเวณนี้ก็คือร้านค้าที่ขายอาหารริมถนน (Bangkok Street food) ซึ่งเมนูเด็ดที่หลายคนอาจจะเคยได้ลิ้มลองก็มีมากมายไม่ว่าจะเป็นส้มตำ อาหารจานเดียวต่างๆ หรือแม้แต่ข้าวเหนียวมะม่วงซึ่งเป็นอาหารหวานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทำให้แม่ค้าส่วนใหญ่มักจะทำรายได้ในการขาย อาหารให้กับลูกค้าได้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียวซึ่งถือว่าสถานที่นี้รองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อมทั้งยังเป็นแหล่งชอปปิ้งที่ถือว่าดีที่สุดในใจกลางเมืองเลยทีเดียว

เพราะฉะนั้นหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวในยามค่ำคืนด้วยแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณได้ลองไปสัมผัสกับสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง ถนนข้าวสารกัน นอกจากคุณจะได้สัมผัสบรรยากาศแห่งความครึกครื้นแล้ว ก็ยังได้ชิม ลิ้มรสอาหารที่ขึ้นชื่อในแถบนี้ด้วย

คลับในกรุงเทพสำหรับคนรักดนตรี

คุณเป็นคนชื่นชอบการฟังดนตรีสดหรือไม่?! บางครั้งการได้มานั่งชิวๆ ตามสถานที่ต่างๆที่มีดนตรีให้ฟังก็สามารถทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เช่นเดียวกัน การได้ฟังเพลงก็เป็นเสมือนการผ่อนคลายสมองหลังจากการทำงานและยิ่งนั่งฟังกับเพื่อนที่รู้ใจด้วยและเราก็จะยิ่งเพิ่มความสนุกสนานครื้นเครงให้คุณและเพื่อนได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกันอีกด้วย

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการเข้าคลับเป็นอย่างมากและอยู่ในเมืองหลวง ด้วยแล้วเราก็เราขอแนะนำขับในกรุงเทพสำหรับคนรักดนตรีที่พร้อมจะมอบความสุขให้กับคุณไม่ว่าจะเป็นดนตรีแนวต่างๆที่จะทำให้คุณเคลือบเคลิ้มก่อนที่จะกลับไปนอนฝันดีฉะนั้นเราจะแนะนำคลับในกรุงเทพให้คุณได้รู้จัก 3 สถานที่ใหญ่ๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะไปเที่ยวกันโดยมีดังต่อไปนี้

club for music

  1. Saxophone Pub ร้านนี้ถือเป็นร้านที่ไม่เชิงนั่งชิวแต่ก็จะมีดนตรีสดเล่นอยู่บ่อยครั้งส่วนใหญ่ก็จะเล่นดนตรีแนวแจ๊สคลาสสิคซึ่งสถานที่ของร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิบ่อยครั้งที่นักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างชาติเข้าไปชื่นชมบรรยากาศและกลิ่นอายของความเป็นคลาสสิคซึ่งเจ้าของร้านได้ตกแต่งร้านอย่างสวยงามแถมยังมีวงดนตรีสดให้ผู้ที่สัญจรไปมาได้เข้ามา มาฟังบางวันก็อาจจะมีศิลปินชื่อดังมาร่วมแจมและมาสร้างสีสันให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ด้วยถ้าหากคุณชื่นชอบการฟังดนตรีสดที่ร้านนี้ก็จะมีเช่นเดียวกันแต่จะเริ่มแสดงประมาณ 5 ทุ่มเป็นต้นไปหากคุณสนใจและเราก็สามารถที่จะไปได้เลย
  2. Glow Nightclub เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวยามราตรีพร้อมทั้งยังชื่นชอบแนวเพลงสไตล์แบบ underground ที่ถือว่าได้รับความนิยมในหมู่ของนักท่องเที่ยวที่อยู่ในกรุงเทพเป็นอย่างมากซึ่งร้านนี้ตั้งอยู่ที่ซอย 23 สุขุมวิทพร้อมให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยู่ใจกลางเมืองและอยากจะมาฟังเพลงให้ผ่อนคลายทั้งนี้สถานที่เหล่านี้มักจะเป็นแหล่งจัดงาน Event ของ organizer ต่างๆที่จะนำบรรดา ดีเจมาเล่นเพื่อความสนุกสนานให้กับคนที่สัญจรไปมาได้เข้ามาร่วมสนุกกันถือเป็นอีกที่หนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
  3. Demo คลับชื่อดังในย่านทองหล่อเปิดให้บริการสำหรับสาวก edm ที่ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะพักผ่อนและผ่อนคลายความเครียดอีกครั้งยังเอาใจนักเต้นแนวฮิปฮอปและ r&b ด้วยด้วยบรรยากาศภายในร้านนอกจากจะมีการตกแต่งให้เหมาะกับยุค 8 0 แล้วก็ถือว่าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการ บรรยากาศแบบวินเทจหน่อยๆเอาใจสายย่อหลายควรโดยการจัดโซนต่างๆและยังมีการจัดสถานที่นั่งดื่มชิวให้กับลูกค้าอีกด้วยถือเป็นอีกร้านหนึ่งที่แนะนำให้ควรไปเที่ยว

แหล่งน่าเที่ยวจิบกาแฟ

“ถึงวันหยุดแล้ว จะไปหาที่นั่งชิวจิบกาแฟ ถ่ายรูปที่ไหนดีน้า” เชื่อว่าคำถามนี้คงเป็นคำถามในวันหยุดสั้นๆของใครหลายๆคน ในวันหยุดสั้นๆเช่น weekend หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่มีเพียงวันเดียวคงจะไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวในสถานที่ไกลๆที่จะต้องค้างคืนสักเท่าไหร่ ดังนั้นในบทความนี้จะขอนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวน่าจิบกาแฟ ถ่ายรูป เช็คอินชิวๆใกล้กรุงเทพไม่ต้องเดินทางไกล ไปเช้าเย็นกลับ หรือไปแค่ครึ่งวันก็พักผ่อนจิบกาแฟแบบชิวๆได้ ว่าแต่จะมีที่ไหนน่าไปกันบ้าง มาดูต่อกัน

สำหรับร้านแรกที่อยากจะแนะนำนั่นก็คือ Hangar café คาเฟ่แนวใหม่ ริมน้ำตกสีมรกตจำลอง ซึ่งร้านนี้เป็นร้านที่มีพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก โดยร้านตั้งอยู่หลังมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐมนั่นเอง ขับรถจากกรุงเทพไปเพียงไม่กี่กิโลก็จะได้ไปจิบกาแฟ นั่งชิว ในบรรยากาศที่น่าถ่ายรูปอัพลงโซเชี่ยวอวดเพื่อนๆมากที่สุด เพราะภายในร้านตกแต่งเป็นแนวฐานทัพอากาศ มีเครื่องบินจำลองขนาดใหญ่อยู่หน้าร้าน รอบๆร้านมีน้ำตกมรกตจำลองคล้ายกับน้ำตกเอราวัณอีกด้วย ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็จะตกแต่งเป็น2ชั้น โดยชั้นบนเป็นตู้คอนเทนเนอร์ ชั้นล่างเป็นห้องติดกระจก แต่ถ้าใครอยากจะจิบกาแฟริมน้ำตกมรกต ก็มีโต๊ะริมน้ำตกให้บริการนะจ้ะ และนอกจากบรรยากาศที่ดี และกาแฟที่อร่อยแล้ว อาหารที่นี่ก็รสชาติดีและราคาไม่แพงมากด้วยนะจ้ะ ถ้าใครอยากจะสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ในวันหยุดก็สามารถไปนั่งชิวเอาท์พักผ่อนหย่อนใจกันได้ตามสบายเลย

แต่สำหรับใครที่ชอบบรรยากาศแบบไทยๆ ได้ย้อนยุค จะขอแนะนำร้านที่2เลย นั่นก็คือ

ร้านJardin de Chaisri (ฌาร์แด็ง เดอ ไชยศรี) เป็นคาเฟ่สไตล์บ้านทรงไทย ซึ่งตั้งอยู่อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เชื่อว่าเป็นร้านที่จะทำให้คุณหลงใหลกับบรรยากาศไทยๆริมพื้นที่ท้องนานครชัยศรีอีกด้วย เรียกได้ว่าจิบกาแฟแบบชิวๆ ได้อารมณ์ย้อนยุค หรือถ้าจะใส่ชุดไทยไปจิบกาแฟแล้วถ่ายรูปก็เก๋ไปอีกแบบ เรียกได้ว่าถ้าได้ไปก็คงจะฟินกันเลยทีเดียว แต่สำหรับร้านนี้จะเปิดเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์เท่านั้น ถ้าวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ไม่รู้จะไปชิวที่ไหน ที่นี่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีไม่เบาเลยทีเดียว

แต่ถ้าใครไม่อยากจะออกไปนอกกรุงเทพ ไม่อยากจะขับรถไปไกล สำหรับร้านที่3ก็จะขอแนะนำคาเฟ่สไตล์ยุโรปสำหรับคนชอบตุ๊กตาหมี ที่อยู่ในกรุงเทพนี่เองแหละคะ นั่นก็คือร้านVilla de bear @ราชพฤกษ์นั่นเอง ซึ่งร้านนี้เป็นร้านที่เรียกได้ว่าทุ่มทุนสร้างสุดๆ เป็นร้านสไตล์ยุโรป ที่มีตุ๊กตาหมีตัวใหญ่อยู่หน้าร้าน เรียกได้ว่าเหมาะกับการจิบกาแฟในบรรยากาศยุโรปโดยไม่ต้องไปถึงอิตาลีกันเลยและที่นี่ยังสามารถถ่ายรูปสวยๆกลับบ้านไปได้เยอะแน่นอน สำหรับใครที่อยากมาชิวจิบกาแฟในวันหยุดแบบไม่ไกล ที่นี่ก็คือเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกันคะ

สำหรับคาเฟ่ที่จิบกาแฟชิวๆในวันหยุดนั้นยังมีอีกหลายร้านมากมายที่บรรยากาศดีและกาแฟอร่อย แต่ในบทความนี้อยากจะขอแนะนำเพียง3ร้าน3สไตล์ที่ได้รับการรับประกันมาว่าเด็ดและดีมากละกันคะ สุดท้ายนี้อย่าทำให้วันหยุดของคุณกลายเป็นวันที่น่าเบื่อนะคะ ออกไปหาที่จิบกาแฟผ่อนคลายกันเถอะคะ

แหล่งนำเที่ยวขึ้นเขา

ในช่วงอากาศหนาวเช่นนี้ จะมีอะไรเหมาะไปกว่าการขึ้นเขาไปชมทะเลหมอกสวยๆ กลางเต้นท์นอนท่ามกลางความหนาวเหน็บของอากาศ ซึ่งเมืองไทยนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสวยงามทางธรรมชาติอยู่แล้ว ดังนั้นภูเขาหลายๆ ที่จึงมีความสวยงามดั่งสวรรค์ ซึ่งวันนี้ก็จะมาแนะนำแหล่งนำเที่ยวขึ้นเขาให้ได้เลือกกันด้วย อยากไปที่ไหนนั้นปักหมุดไว้ได้เลย

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่
เป็นเขาที่ขึ้นชื่อมากๆ เชื่อว่าหลายคนคงรู้จัก เพราะบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ด้วย ซึ่งดอยสุเทพนั้นยังคงเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มากๆ มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบเขา ป่าเต็งรัง ป่าเบญจพรรณ และพันธุ์ไม้หายากต่างๆ เป็นจุดชมดอกพญาเสือโคร่งหรือซากุระเมืองไทยยอดนิยมแห่งหนึ่งในช่วงฤดูหนาวบริเวณเส้นทางขุนช่างเคี่ยน นอกจากนี้บริเวณดอยปุยก็เป็นจุดชมนก มีน้ำตกสวยงามมากมาย มีสถานีวิจัยเกษตร แหล่งโบราณสถานสันกู่ หมู่บ้านชาวเขา มีที่พักแรมและสามารถกางเต็นท์พักแรมได้บริเวณตอนบนของอุทยานอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่
เรียกว่าเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะสูงจากน้ำทะเลถึง 2599 เมตร ซึ่งบนดอยนั้นมีอากาศหนาเย็นตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะขึ้นเขาหน้าไหนก็หนาวได้ และนอกจากนี้ดอยอินทนนท์นั้นยังเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดยาวมาจากหิมาลัยด้วย โดยปัจจุบันได้มีการเปิดเส้นทางศึกษาทางธรรมชาติเพิ่มขึ้นหลายสาย แต่สายที่ฮิตๆ ยังคงเป็นแม่กิ่วปาน เพราะเป็นเส้นทางชมกุหลาบพันปีที่หาชมได้ยาก เรียกว่าเป็นเส้นทางที่สวยงามดุจดั่งสวรรค์เลยก็ว่าได้ ซึ่งบนดอยนั้นยังมี น้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามหลายจุดเลยทีเดียว รวมถึงมีโครงการหลวงอย่างดอยอินทนนท์ พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริให้กราบไหว้สักการะอีกด้วย

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน
เป็นดอยที่มีพันธุ์ไม้หายากเยอะที่สุดในประเทศไทยก็ว่าได้ เพราะมีไม้ยืนต้นสำคัญๆ อย่างดอกชมพูภูคาและเต่าร้างยักษ์ ที่หายากมากๆ และใกล้จะศูนย์พันธุ์แล้ว ซึ่งพบได้ที่ดอยภูคาทีเดียวในไทยเท่านั้น โดยดอยแห่งนี้นั้นตั้งอยู่ใกล้กับเขตป่าสงวนของหลวงพระบาง ดังนั้นธรรมชาติจึงยังสมบูรณ์มากๆ มีสัตว์ป่ามากมายอาศัยอยู่ และเป็นแหล่งค้นพบนกหายากอีก 2 พันธุ์ คือ นกมุ่นรกคอแดงและนกพงศ์ใหญ่พันธุ์อินเดีย เหมาะมากสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติอย่างแท้จริง จะได้สัมผัสกับพันธุ์และใกล้ชิดสัตว์ป่าบางชนิดอย่างเช่นนกหายากเป็นต้น

แหล่งนำเที่ยวกินของหวาน

ประเทศไทยนั้นเรียกว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำจริงๆ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่แหล่งของกินอร่อยๆ เต็มไปหมด บางคนชอบตะเวนทานของคาว จนชีวิตขาดความหวาน วันนี้เลยจะมาแนะนำแหล่งกินของหวานที่ยอดฮิตของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นที่ไหนไปไม่ได้นอกจากสยามนั่นเอง แหล่งรวมของหวานตัวแม่ที่หากชีวิตขาดหวานเมื่อไหร่ ต้องรีบมากองรวมกันที่นี่เลย ซึ่งก็มีหลายร้านของหวานมาแนะนำกัน รับรองว่าเด็ดจริงอะไรจริงแน่นอน

ร้าน Creamery Boutique Ice cream
Choc-A-Lava Cookie with Ice cream – เป็นเมนูที่ดีทั้งหน้าตาและรสชาติเลยก็ว่าได้ ลักษณะเป็นซอฟคุ้กกี้มีลาวาช็อกโกแลตเยิ้มๆ ตัวซอฟคุกกี้นั้นดีงามเพราะนุ่มมากๆ เข้าปากแล้วละลายไปพร้อมกับลาวาช็อกโกแลตเข้มข้น เข้ากับไอศกรีมเกือบทุกรสชาติ แต่ที่เด็ดมากๆ คงเป็นรสโอวันตินนมข้น บอกเลยว่าเด็ดมาก เมนูนี้ไม่หวานเกินไปด้วย

ร้าน Croissant Teriyaki
Croissant Teriyaki with Custard – เรียกว่าฮิตสุดๆ อยู่ช่วงนึงเลยก็ว่าได้สำหรับเมนูปลาไส้ถั่วแดงอิมพอร์ตจากญี่ปุ่น ซึ่งต่อคิวซื้อกันเป็นหางว่าวเลยทีเดียว ด้วยความนุ่มของแป้งหนึบๆ เข้ากับถั่วแดงแบบพอดิบพอดี อร่อยหวานนุ่มจึงทำให้ขนมชนิดนี้ขายดีมาก ซึ่งปัจจุบันมีไส้คัสตาร์คและถั่วแดง

ร้าน Tokyo Sweet
Strawberry Daifuku – นี่ก็เป็นกระแสเช่นกัน ขนมสตอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่เคลือบไดฟุกุนุ่มยุ่น บอกได้คำเดียว่าฟินมากๆ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบสตอว์เบอร์รี่มากๆ เพราะประยุกต์ได้ลงตัวเป็นขนมที่กินได้เพลินสุดๆ แต่ราคาก็แพงสุดๆ ด้วยเช่นกัน

ร้าน Pancake Cafe’
Chocolate Crumble with Pancake – เป็นร้านขนมหวานที่เพิ่งมาเปิดสาขาได้ไม่นาน แต่เมนูขนมของที่นี่นั้นบอกเลยว่าอร่อยแทบทุกอย่าง โดยเฉพาะในส่วนของแพนเค้กที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน อย่างเมนูนี้จะผสมครัมเบิ้ลกรุบกรอบรอบๆ จาน ราดด้วยช็อกโกแลตฟัดจ์เข้มข้นสุดๆ ทานคู่กับแพนเค้ก โอ้โหฟินอย่าบอกใคร

ร้าน Softree
Liquid Honey – เป็นร้านไอศกรีมที่เน้นความเป็นโยเกิร์ต ความเป็นซอฟครีมเบาๆ มาพร้อมกับรังผึ้งที่เป็นท้อปปิ้งฮอตฮิตที่มาทานร้านนี้จะต้องสั่ง รสชาติหวานๆ มันๆ กำลังดี แปลกไปอีกแบบแต่อร่อยชื่นใจมาก เสียตรงถ้วยเล็กไปหน่อยกินไม่สะใจเท่าไหร่นัก

ร้าน Jaiyen Cafe’
Jaiyen ice-cream set – ไอศรีมโฮมเมดมีให้เลือกกินกันมากกว่า 20 รสชาติได้ โดดเด่นที่ตัวท้อปปิ้งซอสได้แก่ ช็อกโกแลตฟัดจ์, มิ้นท์ฟัดจ์, สตอเบอร์รี่ฟัดจ์ เป็นฟัดจ์ที่เข้มข้นและรสชาติเป็นเอกลักษณ์ต่างจากที่อื่นมาก รับรองว่าหากได้ไปทานสักถ้วยจะต้องติดใจแน่นอน